หนังออนไลน์ แนะนำหนังแนวสงคราม 5 เรื่องที่ตราตรึงใจมากที่สุด

หนังออนไลน์

ลองเปลี่ยนมาดู หนังออนไลน์ แนวสงครามเกี่ยวกับประวัติศาสตร์โลกกันบ้าง แต่หนังที่หยิบยกออกมานำเสนอให้อาจเป็นหนังที่ไม่ได้โด่งดังมากมาย แต่กลับมีเนื้อหาทางประวัติศาสตร์สงครามที่ลึกซึ้งและต้องยกนิ้วให้อย่างแน่นอน ลองมาไล่กันดูว่ามีเรื่องอะไรบ้าง

5. Valkyrie ยุทธการดับจอมอหังการอินทรีเหล็ก

เป็นภาพยนตร์อเมริกันที่นำแสดงโดยทอม ครูซ เป็นเรื่องราวในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เกี่ยวกับแผนการลอบสังหารผู้นำชาวนาซี อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ เรื่องเกิดขึ้นในกรุงเบอร์ลิน ปี 1942 ทิศทางของสงครามนั้นดูท่าทางว่านาซีจะพ่ายแพ้ให้กับฝ่ายสัมพันธมิตร นายทหารเยอรมันกลุ่มหนึ่งและนักการเมืองที่อยู่ฝ่ายตรงข้ามกับฮิตเลอร์ ได้มีการรวมกลุ่มและจัดตั้งภารกิจลับ ๆ โดยมีจุดประสงค์ในการลอบสังหารฮิตเตอร์ ในอีกทางหนึ่งผู้พันเคลาซ์ก็ได้มีความคิดว่าสิ่งที่นาซีและตนทำนั้นเป็นสิ่งถูกต้องจริงหรือ ในช่วงสงคราม ผู้พันได้รับบาดเจ็บจนพิการ แขนขวาขาด แขนซ้ายสามารถใช้งานได้เพีง 3 นิ้ว ตาซ้ายบอด จึงทำให้เขาได้เข้ามาทำงานเอกสารในเบอร์ลิน เคลาซ์ได้รับรู้ถึงแผนการลอบสังหารฮิตเตอร์และตกลงร่วมมือด้วยและออกปากว่าเขาจะเป็นผู้สังหารด้วยตัวเอง จึงได้มีการประชุมและตั้งชื่อปฏิบัติการลับนี้ว่า วัลคีรี เป็นที่มาของชื่อเรื่องนี้เอง

เป็นภาพยนตร์ที่ตอนแรกคิดว่าจะไม่สนุก แต่พอได้มีโอกาสหยิบยกหนังเรื่องนี้มาดูแล้วก็ต้องพบว่ามันสนุกมาก เป็นหนังที่ทำให้คนดูลุ้นและกดดันไปพร้อมกันว่าจะทำภารกิจสำเร็จหรือไม่ บวกกับความฉลาดและเล่ห์เหลี่ยมต่าง ๆ ก็เป็นตัวชูเรื่องให้มีความเข้มข้นมากขึ้น ยิ่งดูยิ่งสนุก เป็นอีกเรื่องที่แนะนำให้ดูเลย

หนังออนไลน์

4. 1917

ส่วนมากเราจะเห็นหนังสงครามเกี่ยวกับสงครามโลกครั้งที่ 2 มากมายและไม่ค่อยเห็นหนังเกี่ยวกับสงครามอื่น ๆ บ้างเลย ในภาพยนตร์เรื่อง 1917 เป็นภาพยนตร์เกี่ยวกับสงครามโลกครั้งที่ 1 ที่ไม่ได้มีเพียงแค่เนื้อหาของเรื่องที่ยอดเยี่ยมเพียงอย่างเดียว สงครามโลกครั้งที่ 1 เป็นการทำสงครามระหว่างฝ่ายสัมพันธมิตร (ฝรั่งเศส อังกฤษและรัสเซีย) และฝ่ายมหาอำนาจกลาง (ออสเตรีย ฮังการี เยอรมันและบัลแกเรีย) เป็นสงครามใหญ่ที่กินเวลายาวนานถึง 4 ปี (1914-1918) เหตุการณ์ในหนังก็ตามชื่อเรื่องเลยคือเกิดขึ้นในปี 1917 เป็นเรื่องราวของทหารสองนายนามว่าสกอฟีลด์และเบลค ทั้งสองได้รับมอบหมายให้ทำภารกิจสำคัญโดยการส่งจดหมายไปแจ้งข่าวแก่แนวหน้าให้ถอนกำลังต่อสู้และกลับฐานที่มั่นเพราะเป็นแผนการหลอกล่อของชาวเยอรมัน ภารกิจนี้มีความเสี่ยงเป็นอย่างมาก และต้องทำให้เสร็จอย่างรวดเร็ว ถ้าทำไม่สำเร็จนั่นหมายความว่าชีวิตของทหารทั้งหมด 1600 นาย ถูกหลอกและเสียชีวิตจากแผนการของเยอรมัน ในกองทัพแนวหน้านั้นมีพี่ชายของเบลคอยู่ด้วย

เป็นหนังอีกเรื่องที่ต้องยอมรับในฝีมือการถ่ายทำและนักแสดงเป็นอย่างมาก เพราะเป็นการถ่ายทำแบบ Long Take แทบจะตลอดทั้งเรื่อง นอกจากนี้ในหนังยังทำให้เรารู้สึกลุ้นและกดดันไปกับภารกิจของทหารสองนายที่ไม่มีแม้แต่จุดพักเบรคให้เราได้หายใจบ้างเลย สิ่งที่คิดคือมีแต่ความกดดัน เครียดและอึดอัดไปพร้อมกับนักแสดง เป็นหนังสงครามที่มากด้วยเทคนิคการถ่ายทำและนักแสดงมากฝีมือจริง ๆ 

3. Saving Private Ryan ฝ่าสมรภูมินรก

มาต่อกันที่หนังเกี่ยวกับสงครามโลกครั้งที่ 2 อีกเรื่องที่ได้สตีเว่น สปีลเบิร์กมากำกับและเป็นหนังสงครามที่อิงจากเรื่องจริง เกี่ยวกับทหารในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ทำการบุกเข้าโจมตีขึ้นหาดได้สำเร็จ หลังจากนั้นไม่กี่วันร้อยเอกจอห์น มิลเลอร์ ได้ถูกเรียกพบเพื่อรับมอบหมายภารกิจ หนังใหม่ ในการตามหาตัวพลทหารเจมส์ ไรอัน เพื่อส่งตัวกลับบ้านเพื่อตอบแทนบุญคุณแม่ของไรอันที่ได้เสียลูกทั้งสามจากการรบแล้ว เป็นหตุทำให้จอห์น มิลเลอร์ได้ตั้งทีมเพื่อตามหา ซึ่งเป็นภารกิจที่อันตรายมาก นอกจากความอันตรายของภารกิจแล้วยังเกิดการตั้งคำถามและข้อสงสัยที่มาทำไมถึงได้สละชีวิตคนจำนวนมากเพื่อช่วยเหลือคนเพียงคนเดียว ทั้ง ๆ ที่ตัวเองก็ต้องการที่จะรอดชีวิตและกลับบ้านเช่นเดียวกัน เป็นหนังอีกเรื่องที่ไม่ต้องมีการบรรยายอะไรมากมาย บอกไว้แค่ว่าเป็นหนังสงครามที่ครบรสที่สุดอีกเรื่องเลย

2. Pianist สงคราม ความหวัง บัลลังก์เกียรติยศ

เป็นภาพยนตร์เกี่ยวกับสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ทำให้เราเห็นถึงความโหดร้ายที่นาซีมีต่อชาวยิว เป็นเรื่องราวของชปิลมัน นักเปียโนชาวโปแลนด์เชื้อสายยิว ในช่วงปี 1939 ที่กองทัพเยอรมันบุกเข้าประเทศโปแลนด์ได้สำเร็จ ทางกองทัพได้ทำลายเมืองวอร์ซอและได้เริ่มสร้างเขตกักกันชาวยิว ทำให้ครอบครัวของชปิลมันและชาวยิวคนอื่นส่งไปที่ค่ายกักกัน ส่วนตัวชปิลมันได้รับการช่วยเหลือจากเพื่อนตำรวจชาวยิว จากชาวยิวที่มีชีวิตอย่างสุขสบาย กลับถูกจำกัดสิทธิเสรีภาพมากขึ้น สถานที่ต่าง ๆ เริ่มมีการติดป้ายห้ามให้ชาวยิวเข้า เริ่มมีการแบ่งแยกเชื้อชาติที่ชัดเจนขึ้นโดยการบังคับให้ขาวยิวติดปลอกเสื้อรูปดาวไว้เพื่อระบุว่าเป็นชาวยิว ทำให้โดนปฏิบัติเยี่ยงสัตว์และทาส นับตั้งแต่วันนั้นสงครามก็รุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ ชาวยิวจะถูกฆ่าตายเมื่อไหร่ก็ได้ ต้องอยู่อย่างหวาดกลัวและระแวงพวกทหารเยอรมันทุกคน

แต่ตามเนื้อเรื่องของหนังจะบอกไว้อย่างชัดเจนอยู่แล้วว่าเป็นหนังเกี่ยวกับนายทหารนาซีชาวเยอรมันได้ช่วยเหลือนักเปียโนชาวยิวคนหนึ่งไว้ แต่สิ่งที่น่าเศร้ามากที่สุดคือเสียงเพลงที่พระเอกได้เล่นผ่านการเล่นเปียโน เป็นทำนองที่เต็มด้วยความหดหู่ ความเศร้าเสียใจจากการเผชิญกับเรื่องราวต่าง ๆ ที่ผ่านมา ทำให้เราร้สึกอินและเผลอร้องไห้ไปตาม ๆ กัน และยังเป็นเรื่องจริงของนักเปียโนคนนี้อีกด้วย ฉากที่น่าสะเทือนใจมากที่สุดก็คงเป็นฉากที่คนเยอรมันมองชาวยิวเหมือนไม่ใช่คนและรังเกียจทุกครั้งเวลาที่เดินผ่าน ไม่น่าเชื่อว่าสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้จะเคยเกิดขึ้นมาแล้วจริง ๆ เป็นหน้าประวัติศาสตร์ที่โหดร้ายมากอีกหน้าหนึ่ง

1. Schindler’s List ชะตากรรมที่โลกไม่ลืม

เป็นภาพยนตร์สงคราม ดูหนัง อันดับ 1 ในดวงใจของใครหลาย ๆ คนกับเรื่องนี้ เป็นเรื่องที่สร้างมาจากเรื่องจริงเกี่ยวกับชาวเยอรมันที่ทำการช่วยเหลือชาวยิวในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นเรื่องราวของออสการ์ ชินด์เลอร์ นักธุรกิจที่มีเชื้อสายเยอรมันได้เข้ามาในเมืองกรากุฟเพื่อหวังแสวงหาผลกำไรในการทำธุรกิจ แน่นอนว่า ชินด์เลอร์ได้มีการติดสินบทพวกทหารนาซีเพื่อได้ตนนั้นได้รับกรรมสิทธิ์ในการเป็นเจ้าของโรงงานภาชนะเคลือบ เขายังได้ทำการว่าจ้างอิทแซ็ค สเติร์น ที่เป็นชาวยิวมาเป็นเสมียนและดูแลการทำธุรกิจในตลาดมืดของเขาด้วย ชินด์เลอร์มีความสุขกับธุรกิจที่สร้างความร่ำรวยให้กับเขา โดยการจ้างชาวยิวด้วยเงินเพียงเล็กน้อย ถ้าเทียบกับกำไรแล้วก็ยิ่งทำให้เขามีชาวยิวเป็นลูกจ้างทั้งหมด ในอีกทางหนึ่งก็กลายเป็นที่ปลอดภัยของชาวยิวด้วยเช่นกัน จนกระทั่งชินด์เลอร์ได้เห็นเหตุการณ์สังหารหมู่ชาวยิวในเมืองเกตโต ความโหดร้ายทำให้เขาตัดสินใจช่วยเหลือชาวยิวให้รอดพ้นจากการสังหารหมู่นี้

ชินด์เลอร์เป็นชายที่มีตัวตนจริงที่ได้ช่วยเหลือชาวยิวไปกว่าพันคน ถึงแม้ว่าจะเป็นจำนวนไม่มากเท่ากับการสูญเสียทั้งหมด แต่ก็กลายเป็นที่จดจำแก่ชาวยิวที่เขาซื้อตัวมา ไม่ว่าจะเป็นเด็ก คนแก่ ผู้ใหญ่ เขาทำจนกิจการของเขาต้องปิดตัวลง และทุกวันนี้ยังมีชาวยิวที่ชินด์เลอร์ช่วยเหลือมีชีวิตและมีลูกหลาน แต่หลังจากการช่วยเหลือนั้น ชินด์เลอร์ก็ได้พยายามทำธุรกิจอีกหลายอย่างแต่ก็ไม่สามารถประสบความเร็จอีกเลย แต่เขาก็กลายเป็นอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ที่ชาวยิวไม่มีวันลืม ในตัวหนังก็สามารถถ่ายทอดความเศร้าและความโหดร้ายออกมาได้ดีมาก รวมทั้งการใส่สัญลักษณ์ต่าง ๆ เข้าไปในเราได้ชวนขบคิดในแง่มุมของนักธุรกิจที่มีชื่อว่าชินด์เลอร์ ชายหนุ่มที่ในหัวมีแต่การทำธุรกิจและแสวงหาผลกำไรทุกวิธี แปรเปลี่ยนมาเป็นนักบุญใจดีที่ช่วยเหลือชาวยิวถึงแม้ว่าเขาจะล้มละลายก็ตาม

จบไปแล้วกับการรีวิวหนังแนวสงคราม อย่าลืมติดตาม การรีวิวหนังและดูหนังประวัติศาสตร์ใหม่ ๆ ได้ที่ “moviethai

Related posts